ฝ้า

1 ฉันต้องดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงทุกคืนเพื่อจะได้เข้าสู่ห้วงนิทรา เสียงของมันที่ดังจากข้างหลังฝ้าขาวสะอาดไร้ฝุ่นซึ่งแขวนปกปิดความอัปลักษณ์ขรุขระของเพดาน ทำให้ฉันผวาทุกคืน ภายในห้องพักของฉันเงียบสนิทเพราะฉันกำลังเตรียมตัวนอน แต่แสงจากหลอดไฟกลางห้องยังคงส่องสว่าง ห้องของฉันเป็นห้องขนาดสองคนอยู่แต่ฉันเช่าใช้อยู่คนเดียวเพราะค่าเช่าถูกลงกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับห้องเช่าขนาดหนึ่งคนอยู่ในละแวกเดียวกับสำนักงานของฉันที่ตั้งอยู่ในใจกลางย่านธุรกิจ ที่ดินแถบนั้นมีมูลค่าสูงจนแทบไม่เหลือพื้นที่เป็นทางเท้า ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของตึกสูงลิบเพราะผู้ลงทุนก่อสร้างต้องการใช้พื้นที่ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดนั้นให้คุ้มค่าที่สุด ที่อยู่อาศัยแถบนั้นจึงเป็นห้องตกแต่งอย่างหรูหราอยู่บนตึกสูง ไม่เหมาะสำหรับพนักงานที่เลี้ยงชีวิตด้วยเงินเดือนชนเดือนอย่างฉัน ฉันลุกขึ้นจากเตียงที่เลิกผ้าปูที่นอนออกแล้ว และกำลังเดินไปปิดแสงสว่างสีขาวแยงตาจากหลอดไฟดวงนี้ลง ทันทีที่ไฟดับลงและฉันล้มตัวลงนอนอย่างเดียวดายบนเตียง สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังฝ้าขาวมันเหมือนจะรู้ดีว่าฉันหวาดกลัวความมืด แล้วมันก็ทำตัวเป็นต้นกำเนิดเสียงอันแปลกประหลาดนั่นทุกคืน สิ่งที่มองไม่เห็นหรือเค้าร่างรางๆ มันทำให้ฉันจิตนาการไปถึงสิ่งที่น่าหวาดกลัว ทำให้ฉันรู้สึกหลอน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในความมืด แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งของที่ฉันคุ้นเคยและใช้งานมันอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อมันเคลือบด้วยความดำมืดเมื่อใด จะกลับกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวในจินตนาการของฉันขึ้นมาทันที เมื่อมันส่งเสียงมายิ่งทำให้จินตนาการของฉันกลับมีตัวตนมากยิ่งขึ้น มันแกล้งขยับตัวให้เกิดเสียงจนฉันผวาตื่น นอนนิ่งเกร็ง แผ่นหลังและซอกคอรู้สึกร้อนอ้าวขึ้นทันที ไคลเหงื่อเคลือบอยู่ทั่วร่างกาย รู้สึกได้ถึงความเหนอะหนะ แม้อากาศจากเครื่องปรับอากาศจะเย็นเยียบสักเพียงไร แล้วมันก็เงียบเสียงไปนาน นานจนฉันเคลิ้มเกือบหลับสนิท แต่แล้วมันจะแกล้งทำเสียงดังให้ฉันสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นระรัวและตาสว่างอีกครั้ง เป็นฉันเองที่ไม่กล้าลุกขึ้นไปพิสูจน์ให้รู้ว่ามันเป็นเสียงของอะไร เพราะหลังจากที่เหยียดกายอยู่บนเตียงท่ามกลางความมืดสลัวนั่น ฉันก็เหมือนเด็กที่นอนคนเดียวเป็นคืนแรกหลังจากที่เคยชินกับการนอนหลับท่ามกลางความอบอุ่นของอ้อมอกพ่อแม่ จึงไม่มีทางเลือกและต้องข่มตาลงให้ได้ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ฉันเคยพยายามนึกว่ามันเป็นเศษกะเทาะของเพดานปูนหลังฝ้านั่น หรือไม่ก็จิ้งจก แมลงสาบ หรือแมลงอะไรสักชนิดบนโลกที่อาศัยอยู่หลังฝ้าและเดินงุ่นง่านไปมาทำมาหากินอยู่บนนั้น เมื่อฉันปิดไฟถือเป็นสัญญาณที่ปลอดภัยแล้วมันจะกรูกันออกมา ทำให้เกิดซุ่มเสียงอย่างที่ฉันได้ยินทุกวี่วัน แต่เมื่อใดที่เสียงดังขึ้นฉันก็คุมสติให้คิดว่า เสียงที่ดังขึ้นนี้เป็นเรื่องธรรมดาอย่างนั้นไม่ได้อยู่ดี เมื่อฉันรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง นั่นจะเป็นยามเช้าของวันใหม่ แม้ภายในห้องจะมืดมิดเหมือนเมื่อคืนแต่ฉันผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว กระปรี้กระเปร่า เดินไปกดปุ่มเปิดไฟให้แสงสว่างภายในห้องและฉันก็ลืมความรู้สึกของเมื่อคืนไปเสียหมดสิ้น หลอดไฟกลางห้องกระพริบพรายก่อนที่จะฉายแสงขาวนวลให้สว่างไปทั่วห้อง ฉันหยิบผ้าเช็ดตัวจากระเบียงและเดินเข้าห้องน้ำประกอบกิจวัตรตามปกติของวันทำงาน ระหว่างที่อาบน้ำแต่งตัวฉันคิดถึงภาพการจราจรบนท้องถนนในเช้าวันนี้ ว่าจะติดขัดสักแค่ไหน ฉันจะไปถึงสำนักงานทันเวลาหรือเปล่า ความรีบรนเหล่านี้ทำให้ไม่มีเวลาและที่ว่างสำหรับคิดเรื่องเสียงจากเพดานนั่นอีกต่อไป เสมือนว่าฉันลืมมันไปแล้วจริงๆ ฉันยังต้องเตือนตัวเองก่อนออกจากห้องพักอีกว่า อย่าลืมเอากุญแจห้องใส่กระเป๋าถือไปด้วย ครั้งหนึ่งฉันเคยลืมมันไว้ในห้องทำให้ฉันกระวนกระวายใจไปทั้งวัน เพราะคิดว่าตนเองเผลอลืมวางทิ้งไว้เสียที่ไหน ตอนนี้ฉันก็พร้อมที่จะออกเดินทางได้เสียที เพื่อให้ถึงสำนักงานได้ทันเวลา ไม่โดนหักเงินเดือนเพราะมาสาย และจะได้ทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานกันพอหอมปากหอมคอก่อนที่จะเริ่มงานในอีกสิบนาทีข้างหน้า เพดานที่สำนักงานแขวนฝ้าแบบเดียวกับห้องพักของฉัน บางทีฉันก็นั่งเหม่อมองมันอยู่ออกบ่อย ปล่อยใจทอดอารมณ์ไปกับความแบนราบของมัน ไล่สายตามไปตามแนวเส้นโครงเหล็กที่รับน้ำหนักฝ้าเหล่านั้นเอาไว้ แต่ฉันไม่เคยคิดสงสัยเสียงปริศนาหลังฝ้าขาวนั่นเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกสุขใจและอิ่มใจเสียด้วยซ้ำที่ได้นั่งทอดหุ่ยปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลายลงได้ แม้จะอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมในแท่งตึกแข็งทื่อไร้ชีวิตอย่างนี้ แทนที่จะยืนอยู่บนหาดทรายขาวละเอียดและเหม่อมองออกไปยังเส้นตรงที่ท้องฟ้าจรดกับท้องทะเล พร้อมยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งโดยปราศจากเสียงผู้คนและรถราแล่นไปมา หรือ แทนที่จะยืนอยู่ท่ามกลางหุบผาและละอองไอจากป่าเขาเข้าปะทะกายให้ไหวสั่นเพราะความเยือกเย็น ทั้งที่เป็นเพดานฝ้าซึ่งมีสีสันและลักษณะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนไฉนเพดานที่ห้องฉันจึงให้ความรู้สึกต่างกันเช่นนี้ 2 ความรู้สึกของฉันที่เกิดบนเตียงทุกค่ำคืน ทำให้คืนวันศุกร์ต่อรุ่งเช้าวันเสาร์วันนั้น ฉันจึงกล้าออกปากชวนเขาไปว่า “ดึกมากแล้ว นอนค้างที่นี่ก็ได้นะ พรุ่งนี้วันเสาร์ไม่ต้องไปทำงานนี่คะ” เขาตอบอย่างไว้ท่าอยู่ในที แต่ไม่ถึงกับยืดเยื้อ ในที่สุดเขาก็ยินยอมอย่างจนใจเพราะมันก็เป็นเวลาดึกดื่นอย่างที่ฉันพูดจริงๆ ฉันยังบอกเขาเรื่องถุงนอนที่ฉันมีไว้สำหรับใช้ไปเที่ยวค้างอ้างแรมในป่าซึ่งจะทำให้เขานอนบนพื้นห้องได้อย่างสบาย และไม่ต้องเกรงว่าจะดูไม่เหมาะไม่งามด้วยเหตุว่าต้องนอนกับผู้หญิงสองต่อสองบนเตียงเดียวกันโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยังไม่รับรู้ อันที่จริงสำหรับตัวฉันแล้ว ถึงเขาจะนอนบนเตียงเดียวกับฉัน โอบกอดฉัน จูบฉันสักครั้งหรือหลายครั้งฉันก็ไม่ว่าไร เพราะแม้ว่าฉันจะดูใจและไปไหนมาไหนกับเขามาหย่อนๆ ครึ่งปีเท่านั้น แต่มันก็ทำให้ฉันมั่นใจว่า เขาเป็นคนดีพอที่จะไม่ล่วงเกินฉันมากไปกว่านั้น อาจเป็นเพราะครึ่งปีที่ผ่านมาเขาอยู่ในสายตาฉันตลอดเวลาก็ว่าได้ เพราะฉันกับเขาทำงานบริษัทเดียวกัน แผนกเดียวกัน ในตำแหน่งเดียวกัน เรียกได้ว่าฉันเป็นเพื่อนร่วมงานของเขาอย่างตรงความหมายที่สุด เพียงแต่ว่าเขาออกจะเป็นคนหัวโบราณอยู่สักหน่อย จึงทำให้ฉันต้องรักษาระยะห่างจากเขาเพื่อมีภาพของหญิงงามอย่างไทยแบบร่วมสมัยเล็กน้อย จะว่าไปแล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราสองคนได้อยู่กันตามลำพัง ฉันตื่นเต้นเล็กน้อย ส่วนเขามีท่าทางประหม่าและถือตัวอยู่บ้าง ฉันหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่และชุดสำหรับเปลี่ยนนอนจากตู้เสื้อผ้ายื่นให้เขา ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ โดยที่ฉันเตรียมชุดนอนเข้าไปสวมใส่ให้เรียบร้อยจากในห้องน้ำเพื่อไม่เป็นการประเจิดประเจ้อ หลังจากนั้นเขาก็เข้าห้องน้ำไป แล้วออกมาด้วยชุดนอนซึ่งเป็นกางเกงและเสื้อตัวใหญ่ ที่ปกติแล้วเป็นชุดลำลองซึ่งฉันใส่ตอนซักผ้า กวาดพื้น และถูห้อง ถึงเวลานอน ฉันกำลังคลี่ผ้าห่มให้พร้อมห่มทันทีที่ล้มตัวลงบนเตียง เขากำลังแทรกตัวเข้าไปในถุงนอนบนพื้นห้อง ฉันลุกจากเตียงเดินไปถึงปุ่มเปิดปิดแสงสว่าง เหลียวหลังมองไปยังเตียงอันว่างเปล่าซึ่งผ้าปูที่นอนสีขาวขึงตึง ผ้าห่มกองอย่างยุ่งเหยิงอยู่ปลายเตียง มีเพียงด้านหนึ่งของผ้าห่มที่วางอยู่เป็นแนวให้ดึงขึ้นห่มคลุมได้ในทันที เขาหันมาสบตาฉันเป็นสัญญาณว่าพร้อมให้ความมืดเข้าครอบคลุมได้ทันทีแล้ว ความมืดปกคลุมห้องเหมือนเช่นทุกคืน ฉันไม่ได้คลุมโปงเหมือนคืนที่แล้วๆ มา แม้ว่าคืนนี้อากาศค่อนข้างจะเย็น ฉันดึงชายผ้าห่มไว้แค่ราวนมเท่านั้น แล้วพลิกตัวนอนท่าตะแคงขวา เพ่งมองแผ่นหลังอันบึกบึนของเขาจนฉันลืมคิดเรื่องเสียงบนฝ้าเพดานนั่น แล้วฉันก็ผล็อยหลับไป จนเกือบเที่ยงวันฉันรู้สึกตัวตื่นขึ้น เขายังคงหลับใหลแต่ไม่ได้อยู่ในถุงนอนที่กองอยู่บนพื้นห้อง แขนและขาของเขาเกยร่างและโอบกอดฉันอยู่บนเตียง อ้อมกอดของเขาทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน 3 ผ่านเหตุการณ์นั้นมาเกือบหกเดือนแล้วและตอนนี้ฉันท้องได้สามเดือนกว่า ฉันกับเขาตัดสินใจเช่าห้องอยู่ด้วยกันโดยที่เขาย้ายมาอยู่ร่วมห้องเดียวกับฉัน แต่มีบ้างที่บางคืนฉันต้องนอนคนเดียวจนหลับไป เพราะเขามักออกไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ทำงานบ้าง เพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยบ้าง มัธยมบ้าง ประถมบ้าง อนุบาลก็มีบ้างนานๆ ที กว่าจะกลับถึงห้องก็เกือบรุ่งเช้า ฉันรู้สึกตัวตื่นจึงรู้เวลาที่เขากลับมาถึงห้อง หากเป็นวันหยุด เขามักจะกลับห้องเอาตอนสายของอีกวัน คืนนี้เขาบอกว่าจะกลับมาดึกๆ เช่นที่เคย เสียงประหลาดจากบนฝ้าดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ฉันไม่ได้ยินเสียงนั่นมานาน ยังรู้สึกหวาดกลัวมันเหมือนเดิม มือซ้ายพลางกุมท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อย นึกไปถึงวันที่จะเห็นลูกน้อยนอนขดอยู่เคียงข้าง ความน่ารักเอ็นดูของลูกคงทำให้ฉันลืมเรื่องเสียงบนฝ้าเพดานนั่นไป เสียงร้องกลางดึกจะทำให้ฉันอุ่นใจว่าฉันไม่ได้นอนอยู่อย่างเดียวดาย แต่สำหรับคืนนี้ ฉันยังคงนอนคลุมโปงอยู่เพียงผู้เดียว