เนกาทีฟ สตอรี่
by kawis | Sun, 2008-05-25 10:10
“เราโดดเดี่ยว โลกนี้เลยดูกว้างใหญ่
หรือโลกนี้มันกว้างใหญ่ เราจึงโดดเดี่ยว”
เสียงเพลง “หมดชีวิตที่ฉันมี” ของ blackhead ดังขึ้น
เขายกนิ้วกดลงบนปุ่ม Enter เพื่อให้เครื่องประมวลผลงานที่เขาทำ
เสร็จซะทีงานที่ทำมาทั้งวัน มองที่นาฬิกาบนจอคอมพิวเตอร์
5 ทุ่มแล้วหรือนี่
ห้องที่ปิดทึบรอบด้าน ทำให้เขาทำงานได้แทบไม่รู้วันรู้คืน นี่กระมัง
ที่ออฟฟิตสมัยนี้ถึงนิยมทำให้ทึบ ไม่โปร่งสบายเหมือนบ้าน
เขาเหนื่อยแทบหลับหัวทิ่ม แต่ก็ยังนั่งนิ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
บรรยากาศรอบๆมันได้มืดสนิทไปหมดแล้ว เหลือเพียงแสงไฟจาก
โต๊ะทำงานและจอมอนิเตอร์ของเขาเท่านั้น
เขาเอื้อมมือลงเก็บของใส่กระเป๋าอย่างช้าๆ มันช้าเหมือนเรากำลังกดปุ่ม slow ตอนดูหนัง
เขาชะงักมือกับของชิ้นสุดท้ายที่กำลังจะเก็บเข้ากระเป๋า
อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีดำ ที่แทบทุกคนคงมีใช้กันหมดแล้ว
เขานั่งนิ่งมองที่โทรศัพท์มือถืออยู่หลายนาที
ตื๊ดๆๆ เสียงจากมือถือดังขึ้น พร้อมเสียงสั่นสะเทือนบนโต๊ะ
บนหน้าจอมือถือปรากฏรูปจดหมาย ที่เป็นสัญลักษณ์ว่ามีคนส่งข้อความถึง
เขานิ่งอึ้งไปสักพัก สายตาจับจ้องไปที่มือถือ
เขาหยิบมันขึ้นมาดู
“ดูดวงฟรีกับหมอฟันธง เพียงโทร *1900 223 255 ค่าบริการ 3บาท”
เขากดลบมันทิ้งทันที เขาไม่ได้รู้สึกเซ็งหรือเสียความรู้สึกกับข้อความเหล่านี้หรอก
อย่างน้อยมันก็ทำให้เขามีหวังได้ทุกครั้งที่มันส่งมา
หรืออย่างน้อยมันก็แสดงถึงความมีตัวตนของเขาว่ามีเขาอยู่ในโลกใบนี้
น้ำตาเขาเอ่อออกมา แม้มันจะไม่มากจนไหลลงมาจากตา แต่มันกลับมากพอจะทำให้
หัวใจเขาเหี่ยวเฉาเหมือนแทบจะสลายไป
อพาทเม้นต์ของเขาอยู่ห่างจากออฟฟิตเขาไม่กี่เมตร แม้มันจะใกล้มาก
แต่เขารู้สึกว่ามันช่างอยู่ไกลเหลือเกิน ไกลจนเขาไม่อยากจะเดินกลับไป
นิ้วของเขากดเข้าไปใน Contacts โดยอัตโนมัติ
เขากดปุ่มไล่ลงมา สายตาของเขาผ่านบรรดาชื่อคนรู้จักที่เรียงรายกันอยู่ในนั้น
เกือบ 60 ชื่อที่มี ไม่น่าเชื่อว่า เขากลับไม่รู้จะโทรหาใคร
เขากดไล่ชื่อจนมันเริ่มกลับไปชื่อแรกและไล่ลงมาใหม่ รอบนี้ก็เป็นครั้งที่3แล้ว
เขาเคยคิดว่า ตัวหนังสือที่มีใน Contacts มันคืออะไร
มันคือชื่อคนที่เราอยากเก็บไว้ หรือเพราะเขาอยากให้เราเก็บไว้กันแน่
60 ชื่อ...
แต่ไม่มีคนที่เขาโทรไปได้สักคน
60 ชื่อ...
เขามีเพื่อน 60 คน หรือ ไม่มีใครเลย
อยากจะลุกกลับอพาทเม้นต์ แต่มันจะต่างอะไรกับการนอนหลับที่นี่เลย
มีอะไรต่างกัน กันแน่นะ ระหว่างสองที่นี้
ถ้าไม่นับเตียงนุ่มๆ กับฝักบัวแล้ว มันก็เหมือนจะไม่มีอะไรต่างกันเลย
ยังไงเขาก็อยู่เพียงคนเดียว ไม่ว่าจะที่ไหนๆ
“กลับบ้านไปหาครอบครัวดีกว่า อย่างน้อยเราก็มีพวกเขารออยู่”
นี่คือความคิดของเขาเมื่อหลายปีที่แล้ว
เป็นความคิดที่น่าขยะแขยงสิ้นดี กลับไปหาพวกเขา เมื่อเราไม่มีใครงั้นรึ
ด้วยวัยที่เกือบเลขสามของเขา
ตอนนี้ ไม่มี “พวกเขา” อีกต่อไปแล้ว
เขาไม่มีใครแล้วจริงๆ ในโลกใบนี้คงมีแต่เขาเท่านั้น
ในโลกที่มีคนหลายพัน หลายหมื่นล้าน ไม่มีอะไรวิปลาสไปกว่า การรู้สึกว่ามีเขาอยู่แค่คนเดียว
มันยิ่งกว่าความเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว แต่มันเป็นความเหงาที่เขาต้องอยู่ ต้องเห็น ต้องเดิน
ผ่านคนมากมาย แต่ยิ่งเจอผู้คนมากเท่ไหร่ความเหงาก็ยิ่งทวีคูณ
และมันเหงายิ่งกว่าการนั่งอยู่คนเดียวในออฟฟิตนี้ซะอีก
คงเป็นเหตุผลนี้ที่เขาไม่อยากลุกจากที่นี่เพื่อกลับอพาทเม้นต์
ต้องหาใครสักคน...
เขาเคยคิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน
แต่เพราะความคิดนี้นี่แหละ ที่ทำให้เขาต้องมานั่งมองโทรศัพท์แบบนี้
เพราะความคิดนี้นี่แหละ ที่ทำให้ความเหงามันยิ่งทวีคูณ
เพราะความคิดนี้นี่แหละ ที่ทำให้หัวใจเขาสลาย.....
เธอ คือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา
เธอ คือโลกอีกใบหนึ่งของเขา
โลกที่เขาไม่ต้องอยู่คนเดียว แต่เป็นโลกที่มีกันสองคน.
ไม่มีคำว่า “เขา” อีกแล้วในโลกใบที่สอง
“เรา” คือสิ่งที่เรียกเขาและเธอ
“เรา” คือยารักษาความโดดเดี่ยว
“เรา” คือกำลังใจยามเขาท้อ
“เรา” คือสปอนเซอร์ ดื่มแล้วหายเหนื่อย
และสำหรับเขา “เรา” คือทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอคือทุกอย่างของเขา และเขาคือทุกอย่างของเธอ...
ความรักแท้บนโลกใบนี้มีจริงๆหรือ?
เราจะมีทุกสิ่งทุกอย่างจากความรักได้จริงหรือ?
คำตอบมันเกิดขึ้นหลังจากเธอไปทำงานที่ต่างประเทศ
“ฉันจะโทรกลับมาหาคุณเสมอนะ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่คนเดียว”
นับจากสองครั้งแรกที่เธอโทรมา
เป็นเวลากว่า 2เดือนแล้ว ที่เขาต้องมานั่งมองโทรศัพท์แบบนี้
เป็นเวลากว่า 2เดือนแล้ว ที่เขารอคำว่า “เรา”
เป็นเวลากว่า 2เดือนแล้ว ที่คำพูดและคำสัญญายังคงเป็นมนตร์สะกด
กักขังเขาไว้ระหว่างสองโลก
โลกที่หลอกลวง และ โลกแห่งความจริง
แต่ไม่ว่าจะโลกไหน ความเหงาที่เคยหายไป มันกลับเกิดอาฟเตอร์เอ็ฟเฟ็ค
มันกลับมา และมันช่างเหงาซะยิ่งกว่าเหงา
ไม่ได้เหงาที่ต้องอยู่คนเดียว
แต่เป็นความเหงา ที่กำลังจะต้องอยู่คนเดียวอีกครั้งต่างหากล่ะ
เป็นความเหงาที่แสนน่ากลัว และมันคืบคลานเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกวัน
เธอไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก ระยะทางมันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอก
เธอเป็นแบบนี้มานานแล้ว
แต่เพราะความเหงา มันทำให้เรามองข้ามสิ่งที่เป็นตัวเองไป
ใครที่ทำให้เราไม่ต้องอยู่คนเดียว มันช่างมีค่ามากเหลือเกิน
และสิ่งนั้นมันจะใช่ความรักหรือเปล่านะ...
เขาเคยสงสัยว่าที่เขามองโทรศัพท์ทุกวันนั้น
เขาต้องการให้มันดังขึ้นมา หรือเขาต้องการให้มันเงียบไปอย่างนี้
อย่างน้อยถ้ามันเงียบ เขาก็ยังมีความหวัง
และมันอาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังอยากหายใจบนโลกที่มีแต่เขาคนเดียวแบบนี้
เขากำลังกดปุ่มปิดเครื่อง แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เบอร์ที่ขึ้นอยู่หน้าจอของเขาแปลกๆ 02776065058 คล้ายที่เคยได้รับเมื่อสองเดือนก่อน
เขากดปุ่มรับโทรศัพท์
......................................................
.......................................
............................
...................
.............
.........
เสียงดนตรี เพลงของ Black head ยังคงดังจากโปรแกรมวินแอมป์ อยู่ต่อเนื่อง
ฉันเองไม่เคยคิด ว่าเป็นเพราะใครลิขิต ขีดทางให้พบเธอ
แต่ก็รู้ตัวอยู่เสมอ ว่าตอนนี้ฉันรักเธอ ดุจดังลมหายใจ
*จากคำคน ๆ หนึ่ง ว่าจะอยู่ดูแลกัน และจะไม่มีวัน
ที่เธอและฉันต้องห่างไกล แต่ความเป็นจริงเธอกับทิ้งฉันไป
**อยากให้รู้ฉันนั้นรักเธอแค่ไหน สิ่งที่ฉันให้เธอไปหมดใจที่ฉันมี
และสุดท้ายฉันคงทำได้เท่านี้ หมดชีวิตที่ฉันมีจบลงที่เสียเธอไป
ขอเพียงให้เรานั้น เชื่อในรักที่คงหมั่น ไม่มีวันเลือนลบไป
แม้จะสุขทุกข์เพียงใด ก็จะขอเคียงกันไป จวบจนชั่วนิรันดร์
- Tags: เรื่องแต่ง, เรื่องสั้น




