ถึงเราไม่มีบ้าน …แต่เราก็มี “เรื่องที่อยากเล่า”

    ถ้าคุณ... 1) เคยเป็นโปรดิวเซอร์หนังมือฉมังของฮอลลีวู้ด 2) แต่ดันติดเหล้าจนชีวิตเริ่มตกต่ำ 3) แล้วหมดเนื้อหมดตัว ต้องกลายเป็นคนพเนจรไปนอนข้างถนน 4) ทว่ายังโชคดีมีชีวิตรอดมาได้ถึงยุคที่โลกมีอินเตอร์เน็ต....คุณจะทำยังไงต่อไป??

    ถ้าคุณ... 1) เคยเป็นโปรดิวเซอร์หนังมือฉมังของฮอลลีวู้ด 2) แต่ดันติดเหล้าจนชีวิตเริ่มตกต่ำ 3) แล้วหมดเนื้อหมดตัว ต้องกลายเป็นคนพเนจรไปนอนข้างถนน 4) ทว่ายังโชคดีมีชีวิตรอดมาได้ถึงยุคที่โลกมีอินเตอร์เน็ต....คุณจะทำยังไงต่อไป??

    จะนั่งเขียนประวัติชีวิตตัวเองลง Twitter? แฉความอุบาทว์ของวงการหนังและคนที่เคยพบเจอให้โลกได้รู้? เผื่อมีคนตามอ่านเยอะจะได้ดังแล้วรวมเล่มขาย? รึเผลอๆ อาจโชคดีมีคนซื้อลิขสิทธิไปทำหนังอีกต่างหาก?

    ...แต่ มาร์ค ฮอร์แว็ธ เขาไม่เลือกทำอะไรแบบนั้นเลยสักอย่างเดียว

    สิ่งที่อดีตโปรดิวเซอร์หนังคนนี้ทำ คือ จดจำประสบการณ์ตกต่ำสุดขมขื่นของตัวเองเมื่อ 14 ปีที่แล้วนั่นให้ขึ้นใจ แล้วเดินออกไปหาเพื่อนร่วมชะตากรรมคือเหล่า “คนไร้บ้าน” ผู้ยากไร้และมีการศึกษาน้อยทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อสอนให้พวกเขาใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Twitter เป็นสื่อทั้งสำหรับเล่าเรื่องของตนเอง และสำหรับการรวมตัวกันกดดันให้บรรดาผู้มีอำนาจด้านนโยบายระดับประเทศกระโดดเข้ามาแก้ปัญหากันซะที   

    หรือพูดอีกอย่าง ...ฮอร์แว็ธต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า สื่อใหม่ประเภทนี้ไม่ได้มีไว้แค่เก๋ๆ แต่มันสามารถเสริมพลังแก่ประชาชนตัวเล็กตัวน้อย จนนำไปสู่การรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน และสร้างคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงลูกใหญ่แก่สังคมได้จริง!


 

More stories at Day Two
Powered by Whrrl
 


    นอกจากจะใช้ช่องทางเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Twitter และ whrrl แล้ว ฮอร์แว็ธยังคว้ากล้องไปบันทึกภาพและเสียงเพื่อถ่ายทอดเรื่องของคนพเนจรแต่ละคนไว้ที่ invisiblepeople.tv (เหตุที่ตั้งชื่อแบบนี้เพราะเขาเคยเจอคนพเนจรคนหนึ่งย่านฮอลลีวูดบูลวาร์ดที่คิดว่าตัวเองเป็น “คนซึ่งไม่มีใครเห็น” เพราะผู้คนที่เดินผ่านไปล้วนหมางเมินราวกับเขาเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง) โดยฮอร์แว็ธเขียนไว้บนบล็อกนี้ว่า “คนที่เดินผ่านไปมาไม่ใช่คนเลวหรอกนะครับ แต่ทุกคนมักคิดว่า ถ้าเผลอไปสบตาหรือพูดจากับคนพเนจรพวกนั้น มันก็เหมือนเราต้องยอมรับว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริงๆ และเราก็อาจเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา ดังนั้นคงจะง่ายกว่าถ้าทำเป็นมองไม่เห็นซะเลย”

 



    คลิปที่ฮอร์แว็ธถ่ายมาขึ้นเว็บนี้ทั้งหมดเป็น “เรื่องของคนพเนจรจริงๆ” ที่ “เล่าจากปากของพวกเขาเองจริงๆ” (โดยไม่มีการตัดต่อและไม่มีการเซ็นเซอร์) เพื่อให้ “คนที่ไม่มีใครมองเห็น ได้ถูกมองเห็น” โดยเขาบอกด้วยว่า “ถ้าเลือกได้ ก็ไม่มีใครหรอกครับที่ต้องการกลายมาเป็นคนยากไร้ผู้ไม่มีกระทั่งที่ซุกหัวนอนเช่นนี้ คนที่เราทำเป็นมองไม่เห็นนั้นครั้งหนึ่งก็อาจเคยมีชีวิตไม่ต่างจากเรานี่แหละ ดังนั้นเรื่องเล่าของชีวิตแต่ละคนจึงเป็นภาพสะท้อนความจริงของสังคมและเป็นสิ่งซึ่งเราสมควรรับฟัง”

    “หลายๆ เรื่องจึงอาจทำให้คุณรู้สึกแย่ เพราะจุดประสงค์ของผมก็คือต้องการให้คุณโกรธเกรี้ยวถึงขั้นลุกขึ้นทำอะไรสักอย่าง!” เขาสรุป

    คลิกดูคลิปทั้งหมดที่ฮอร์แว็ธถ่ายได้ที่ invisiblepeople.tv
   ส่วนคลิปข้างล่างนี้คือรายงานข่าวการทำงานของเขา



บทความเกี่ยวข้อง :
- เปลี่ยนโลกด้วยสื่อใหม่ : ระดมเงินช่วยเอธิโอเปีย 8 ล้านผ่าน Twitter
- ทำคลิปวิดีโอยังไงจึงจะ “กระตุ้นให้คนลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ”? : กรณีศึกษาจาก WITNESS