สมเจตน์ มีเย็น: ครูผู้ส่งต่อความสุขผ่านการทำหนัง
เมื่อได้ดูผลงานของดรุณา 2.9 หลายคนถึงกับต้องออกอุทานว่า “หนัง...อะไรเนี่ยยยยย” “ทำบ้าอะไรกัน”
“ตลกไปเรื่อย” หรืออาจถึงขั้นพูดออกมาว่า “ไร้สาระ” แต่เมื่อหนังสั้นเรื่อง คุณ (ฆ่า) ของเวลา ได้รับรางวัล
Young Creative Award จากเทศกาลภาพยนตร์นักเรียนนักศึกษานานาชาติกรุงเทพ ครั้งที่ 3 ซึ่งมีผู้ส่ง
ผลงานเข้าประกวดมากมาย นั่นหมายความว่าคณะกรรมการต้องมองเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหนังที่
“มีแต่คนรุมด่า” อย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงคว้าตัวของคุณครูสมเจตน์ มีเย็นและน้องๆ มานั่งพูดคุยกันสบายๆ
(ที่อาคาร 36 ปีของคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)
แนะนำตัว
พวกเราเรียนอยู่ชั้นม. 4 โรงเรียนดรุณาราชบุรีครับ
ผู้กำกับ จตุรพร หลายประเสริฐพร (ปอนด์)
ตากล้อง หทัยภัทร ศิรินาวี (นัท)
นักแสดง ภาณุวิชญ์ บูชารัตนกุล(เนล), วิวรรธน์ ใคร่รู้(เต้), ปุญญพัฒน์ อาสนสุวรรณ์(จิ๊กโก๋),
นนทวัฒน์ แสงเพ็ง(นนท์), วรัญญู แก้วดุลดุก(บิ๊ก)
และครูสมเจตน์ มีเย็น ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเป็นคนเขียนบท ตัดต่อ และเป็นที่ปรึกษาในการถ่ายทำ
จุดเริ่มต้น
ตอนแรกผมอยากทำละครเวที แต่ว่ามีอุปสรรคหลายอย่าง จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ผมเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้น
ทำหนังก็ได้ ทำตั้งแต่พวกเด็กๆ อยู่ม. 3 ตอนนี้ขึ้น ม. 4แล้ว จริงๆ ผมทำหนังเล่นๆ พอครบปีก็เลยลองส่ง
หนังเข้าประกวด เราทำกันแบบไม่ต้องรู้อะไรมาก มีกล้องโฮมวิดีโอตัวเดียว โปรแกรมตัดต่อก็ใช้
มูฟวี่เมเกอร์ที่ติดมากับ MSN ซึ่งจริงๆ เป็นแค่การย่อขนาดไฟล์ให้เล็กลง แล้วมันก็กระตุก แต่
ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเราถ่ายได้เท่านี้ ทำงานตามสภาพ เงินทุน และความอยากเท่านั้นเอง
หน้าที่ของเด็กๆ มีอะไรบ้าง
ผมจะเขียนบทเย็นวันศุกร์ แล้วส่งให้พวกเขาอ่าน วันเสาร์ก็ออกไปถ่ายตั้งแต่สิบโมงถึงบ่ายสาม มุกต่างๆ
เด็กก็จะคิดกันเอง คิวการแสดงก็จัดกันเอง เราบอกแอคติ้งย่อๆ ที่เหลือพวกเขาก็เล่นต่อเอง แต่ละคนจะมี
ข้อดีข้อเสียต่างกัน อย่างเต้ ความจำไม่ดี ท่องบทไม่ได้ แต่เล่นดี ปอนด์จำบทดีแต่แอคติ้งไม่ค่อยได้
เนล ต้องออกแนวกรุ้มกริ่ม มีความรักนิดๆ นนท์ ก็จะเหมาะกับมุกหน้าตาย จิ๊กโก๋ พูดไม่รู้เรื่องก็ให้มีเมีย
เป็นกะเทยซะ
จุดเด่นของหนัง
เน้นตลก เสียดสีครับ ตลกไปเรื่อย ให้คนด่า (หัวเราะอย่างสะใจ)
รางวัลที่ได้รับ
ตอนแรกเห็นรายชื่อคณะกรรมการเราก็ไม่ได้หวังอะไรแล้ว เพราะก็คิดว่างานตัวเองยังไม่ดี แต่พอเข้ารอบ
10 ทีมสุดท้ายก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ผมคิดแค่ว่าอยากทำหนังออกมาให้คนดู เข้าใจแล้วก็มีรอยยิ้มไป
กับหนัง แค่นั้นจริงๆ ตอนเห็นตัวเองอยู่บนจอฉายที่หอศิลป์มันรู้สึกว่าทุกมุกฮาหมด ยิ่งอาจารย์เต้ขึ้นเวที
นี่จะฮากันหมดคืออย่างน้อยรางวัลก็สร้างความภูมิใจให้เด็กๆ ทำให้พวกเขามีแรงกระตุ้นมากขึ้น ผมทำ
ออกมาให้ผู้ชมดูฆ่าเวลาเท่านั้นแหละครับ เน้นสนุก ขำๆ ดูสบายๆ แค่นั้นจริงๆ ใส่การเสียดสีไปแค่นิดเดียว
ใช้นักแสดงเด็กมาลดแรงปะทะจากการวิจารณ์การเมือง (ฮากระจาย)
รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ทำงานกับครูสมเจตน์
ปอนด์ - ดีใจได้ทำหนังกับครู สนุกดี ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจเพราะครูชวน แต่พอเพื่อนๆ ชวน ก็เลยลองดู
เนล - ตอนแรกไม่กล้า ไปๆมาๆ ก็ชอบ
นนท์ - ตอนแรกรู้สึกอาย เพราะมีคนดูมาทักว่า อ้าว ไม่ไปเก็บลำไยเหรอ เราก็เขินใหญ่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชิน
นัท -นักแสดงไม่ครบค่ะ เพื่อนฉุดขึ้นรถไป (ฮา)
จิ๊กโก๋ - สนุกดีครับ แรกๆ เขิน
เต้ - โดนครูจับมาครับ (ฮา) เรื่องแรกก็งงๆ พอเล่นมาเรื่อยๆ ก็เริ่มกล้ามากขึ้น แต่ผมจำบทไม่ค่อยได้ครับ
ปัญหาที่พบบ่อย
ปอนด์: เราเคยเจอปัญหาหลายอย่าง จนพวกผมคิดว่าจะไม่ได้ทำหนังกับครูอีกแล้ว
ครูสมเจตน์: ความลำบากของเราจะอยู่ที่การเดินทาง ก็ขนกันไปหลังกระบะเหมือนขนหมู (ฮา) ห่อข้าว
ไปกินกันเองเพราะเราไม่มีเงินให้ แต่โชคดีที่พ่อแม่เด็กๆ ไม่มีปัญหา บางทีก็ทำผัดมาม่ามาให้กินด้วยกัน
ผมจะพยายามปลูกฝังเด็กเรื่องความรับผิดชอบ วินัย ด้วยความที่เราทุนน้อย (สูงสุดที่เคยใช้คือ 500 บาท)
บางทีเด็กๆ ก็ต้องช่วยกันนำอุปกรณ์มาเข้าฉาก อย่างน้อยก็สิ่งที่ตัวเองต้องใช้แสดง เพราะถ้าลืมก็ต้องเสีย
เวลา(ที่มีอยู่อย่างจำกัด) ไปหา ให้ดูแลช่วยเหลือกัน แม้กระทั่งนอกเวลาทำงานซึ่งตอนนี้เด็กๆก็เริ่มเรียนรู้
เกี่ยวกับการทำงานมากขึ้น เช่นได้ศึกษา ได้ลองตัดต่อโปรแกรมที่จริงจังกว่าที่ผมทำ

ความสนใจ
ต่างคนก็ต่างความฝัน บางคนอยากเรียนรัฐศาสตร์เหมือนครูเจตน์ บางคนอยากเป็นนักฟุตบอล อยากเป็น
ช่างภาพ อยากเก่งภาษา ที่สำคัญมีหลายคนในทีมที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคนทำหนังหรือนักตัดต่อชื่อดังในอนาคต
ครูสมเจตน์: เรารู้ว่าเราต้องทำงานให้เสร็จ อาจจะไม่ได้ทำตามสูตรที่มีก็ได้ แต่ระหว่างที่ทำนั้น เราจะ
ได้อะไรกลับมาเสมอ ได้ออกไปเที่ยว รู้จักสถานที่ต่างๆ เห็นโลกภายนอก คือถ้าไม่ได้ออกไปถ่ายหนัง
ไกลๆ เด็กก็คงหมดโอกาสรู้จักสิ่งเหล่านี้ เพราะในหนังสือเรียนก็ให้ไม่ได้เท่าการได้เห็นของจริง
เมื่อถูกวิจารณ์แรงๆ
ผมไม่ได้คิดว่าเราต้องเก็บมาคิดเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่จะโดนวิจารณ์เรื่องความไม่สมจริง แต่มันห้ามไม่ได้
ผมก็ไม่ได้สอนให้เด็กไปด่าเขากลับนะ จริงๆ ต้องขอบคุณที่เขาเข้ามาดู คือเรารู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไร ยังไง
ลำบากแค่ไหน แต่อันนี้มันก็คือปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาของคนดู เขาก็วิจารณ์เฉพาะสิ่งที่เขาเห็นนั่นแหละ
ถูกแล้ว แต่ข้อดีก็คือทำให้เราไม่ลืมนะว่างานของเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ
ข้อความถึงคนที่ยังไม่ลงมือ
ดรุณา29: อยากให้ลองมาทำหนังสั้นดูครับ ถ้าคิดอยู่ ขอให้ลงมือเลย แต่ถ้ายังไม่คิดก็ลองคิดดูครับ มันได้ใช้
เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ทำอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ถ้ามีอุปสรรคให้เราพุ่งชนเลยครับ อย่ากลัว(ฮา)
ครูสมเจตน์ ถ้าไม่มีอุปสรรค ก็อาจจะไม่เจออะไรดีๆ ในชีวิต ถ้าไม่เคยทำผิด คุณก็จะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก ถ้า
ไม่สู้ ไม่ไขว่คว้า คุณก็นอนตายไปเถอะในสังคมทุกวันนี้ และผมก็จะบอกเด็กเสมอว่าเวลาทำงาน มันต้องผิด
ต้องโง่ ต้องโดนด่าบ้างนะ ถึงจะรู้ว่าชีวิตหรือสิ่งที่เราทำ มีค่าขนาดไหน ทำให้คนดูมีความสุข ทำให้ชีวิตของคนๆ
หนึ่งดีขึ้น เราสร้างคนมากกว่าสร้างหนังครับ
ครูสมเจตน์ปิดประเด็นอย่างคมคาย ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่ทำให้เด็กๆ ยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง.
คุณ(ฆ่า)ของเวลา
ผลงาน/ ปีที่ทำ/ โครงการที่เข้าร่วม
- อาจารย์เต้ จัดให้,เกิดมาทำไม,สืบหาพ่อเมิงเหรอ, ผีหด ตดดับ. สืบ ในหลืบเขา, อาจารย์เต้ ภาค 2,
ของดีแบบไทย, บันทึกรักบุญกึ่ม, หลงป่า, ช่า ช่า ช่า. ตอน อาจารย์เต้, ผีโหดกระโดดเยี่ยว
(2554 - 2555 ส่งเข้าฉายในเทศกาลหนังสั้นมาราธอนครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิหนังไทย)
- คุณ(ฆ่า)ของเวลา/ 2555/ รางวัลยอดเยี่ยม Young Creative Award เทศกาลภาพยนตร์นักเรียนนักศึกษา
นานาชาติกรุงเทพฯ
- สามารถติดตามชมมิวสิควิดีโออื่นๆ ได้ ด้วยการพิมพ์คำค้นหาว่า "ดรุณา 2.9"




